ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 0 kcal —
- โปรตีน 0.1 g 0%
- คาร์โบไฮเดรต 0 g 0%
- ไขมัน 0 g 0%
- ไขมันอิ่มตัว 0 g 0%
- ใยอาหาร 0 g 0%
- น้ำตาล 0 g —
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 0 | 0.1 g | 0 g | 0 g |
| 50 g | 50 g | 0 | 0.1 g | 0 g | 0 g |
| 150 g | 150 g | 0 | 0.2 g | 0 g | 0 g |
| 200 g | 200 g | 0 | 0.2 g | 0 g | 0 g |
| 250 g | 250 g | 0 | 0.3 g | 0 g | 0 g |
คำถามเกี่ยวกับ ชาไจ
ชงชาไจให้อร่อยที่บ้านต้องใส่อะไรบ้าง?
ต้มชาดำกับอบเชย กระวาน ขิง และกานพลูในน้ำประมาณ 5 นาที แล้วเติมนมกับน้ำตาลตามชอบ กรองก่อนเสิร์ฟ; ถ้าต้องการรสเข้ม ให้บดเครื่องเทศหยาบ ๆ ก่อนต้ม
ใช้ชาดำแบบไหนทำชาไจ และควรต้มชานานแค่ไหน?
ใช้ชาดำใบหรือถุงชาก็ได้ โดยใส่หลังต้มเครื่องเทศแล้วเคี่ยวต่อประมาณ 3–5 นาที หากต้มนานกว่านี้ชาอาจขมและฝาด
ชาไจใส่นมตอนไหน และใช้นมชนิดใดได้บ้าง?
เติมนมวัวหลังต้มชาและเครื่องเทศ แล้วอุ่นให้ร้อนโดยไม่ต้องปล่อยให้เดือดพล่าน คุณจะใช้นมถั่วเหลืองหรือนมข้าวโอ๊ตก็ได้ โดยรสและความข้นจะต่างกัน
ชาไจที่ชงแล้วเก็บอย่างไร?
กรองกากชาและเครื่องเทศออก แล้วแช่ชาไจที่ยังไม่ใส่นมในภาชนะปิดสนิทในตู้เย็น; ควรดื่มภายใน 2–3 วัน หากใส่นมแล้ว ให้แช่เย็นทันทีและอุ่นเฉพาะส่วนที่จะดื่ม
ชาไจกินคู่กับอะไรได้ดี?
รสชาหอมเครื่องเทศเข้ากับขนมอบ คุกกี้ และขนมที่มีรสเนยหรือขิงได้ดี ในอินเดียมักดื่มคู่กับของว่างอย่างซาโมซาหรือปาโกรา
ชาไจกับชาไจลาเต้ต่างกันอย่างไร?
ชาไจอาจหมายถึงชาดำต้มเครื่องเทศ ส่วนชาไจลาเต้เน้นนมและมักหวานกว่า ชาไจลาเต้มีพลังงาน 80 kcal ต่อ 100 g ขณะที่ชาไจมี 0 kcal ต่อ 100 g ตามสูตรที่ไม่มีการเติมนมและน้ำตาล
ทำชาไจแบบไม่ใส่น้ำตาลให้รสกลมกล่อมได้อย่างไร?
เพิ่มขิงสดหรืออบเชยให้กลิ่นหวานขึ้น และใส่นมเล็กน้อยเพื่อให้รสนุ่ม คุณยังเติมกระวานบดก่อนยกลงจากเตาเพื่อให้กลิ่นหอมชัดโดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาล
แหล่งข้อมูล: ausnut F009114 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร