ข้อมูลโภชนาการ
ต่อ 100 g% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน- แคลอรี 2 kcal —
- โปรตีน 0.2 g 0%
- คาร์โบไฮเดรต 0.2 g 0%
- ไขมัน 0 g 0%
- ไขมันอิ่มตัว 0 g 0%
- ใยอาหาร 0.1 g 0%
- น้ำตาล 0 g —
แคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
| หนึ่งส่วน | น้ำหนัก | แคลอรี | โปรตีน | คาร์บ | ไขมัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 100 g | 100 g | 2 | 0.2 g | 0.2 g | 0 g |
| 50 g | 50 g | 1 | 0.1 g | 0.1 g | 0 g |
| 150 g | 150 g | 3 | 0.3 g | 0.3 g | 0 g |
| 200 g | 200 g | 4 | 0.4 g | 0.4 g | 0 g |
| 250 g | 250 g | 5 | 0.5 g | 0.5 g | 0 g |
คำถามเกี่ยวกับ กาแฟดำ
กาแฟดำคือกาแฟแบบไหน?
กาแฟดำคือกาแฟที่ชงจากเมล็ดกาแฟโดยไม่เติมนมหรือครีม จะเติมน้ำตาลหรือไม่ก็ได้ หากต้องการรสกาแฟล้วน ให้ดื่มโดยไม่เติมทั้งสองอย่าง
ชงกาแฟดำแบบดริปให้อร่อยควรทำอย่างไร?
ใช้น้ำร้อนประมาณ 90–96 °C รินให้ผงกาแฟเปียกทั่วก่อน แล้วค่อยรินน้ำเป็นวงช้า ๆ ให้การชงใช้เวลาราว 2–4 นาที น้ำที่ร้อนจัดหรือรินจนชงนานเกินไปอาจทำให้กาแฟขมฝาด
กาแฟดำชงแล้วเก็บในตู้เย็นได้กี่วัน?
เทใส่ภาชนะปิดสนิทและแช่เย็น โดยควรดื่มภายใน 1–2 วันเพื่อให้กลิ่นรสยังดี อย่าทิ้งกาแฟที่ชงแล้วไว้ที่อุณหภูมิห้องนานหลายชั่วโมง
ทำกาแฟดำเย็นไม่ให้จืดเมื่อใส่น้ำแข็งได้อย่างไร?
ชงกาแฟให้เข้มกว่าปกติเล็กน้อย แล้วเทลงบนน้ำแข็งทันที หรือแช่กาแฟที่ชงไว้ให้เย็นก่อนเติมน้ำแข็ง วิธีหลังช่วยไม่ให้รสกาแฟถูกละลายเจือจางเร็ว
กาแฟดำกินคู่กับอะไรอร่อย?
กาแฟดำเข้ากันได้ดีกับขนมปังปิ้ง ครัวซองต์ และขนมรสหวานอย่างเค้กหรือคุกกี้ รสขมของกาแฟช่วยตัดความหวานและความมันของขนมได้ดี
กาแฟดำต่างจากกาแฟสำเร็จรูปอย่างไร?
กาแฟดำหมายถึงกาแฟที่เสิร์ฟโดยไม่ใส่นมหรือครีม ส่วนกาแฟสำเร็จรูปเป็นกาแฟที่ผ่านการชงและทำให้แห้งไว้แล้ว ละลายผงกับน้ำร้อนได้เลย และจะเป็นกาแฟดำก็ต่อเมื่อไม่เติมนมหรือครีม
เลือกผงกาแฟสำหรับชงกาแฟดำอย่างไร?
เลือกเมล็ดคั่วสดที่บรรจุในถุงปิดสนิท และบดให้เหมาะกับวิธีชง: บดหยาบสำหรับเฟรนช์เพรส บดปานกลางสำหรับดริป และบดละเอียดสำหรับเอสเปรสโซ ผงที่บดละเอียดเกินไปสำหรับวิธีชงนั้นมักทำให้กาแฟขมและขุ่น
แหล่งข้อมูล: ausnut F003017 · ต่อ 100 ก. · คาร์โบไฮเดรตตามฉลากสหภาพยุโรป ไม่รวมใยอาหาร